บทที่ 9 ขอเวลาสองวัน
เมย์วางถุงอาหารเช้าลงบนโต๊ะภูเมือง แล้วขยับให้พ้นแฟ้มคดี
“ของสารวัตรค่ะ กาแฟไม่หวาน หนูถามลูกน้องสารวัตรมาแล้ว”
ภูเมืองเงยหน้าจากบันทึกของดาบบุญส่ง
“มีเอกสารจากโรงพยาบาลด้วยหรือเปล่า”
“วันนี้ไม่มีค่ะ วันนี้ตั้งใจมาจีบ”
ลูกน้องที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มสำลักทันที
ภูเมืองวางปากกา
“คุณเมย์ ผมกำลังทำงาน”
“ทราบค่ะ หนูเลยซื้อมาให้ ไม่ได้ชวนออกไปกิน”
เธอหันไปยิ้มให้พิชญาซึ่งเพิ่งมาถึงพร้อมถุงอาหารอีกใบ
“อ้าว พี่ญาก็ซื้อมาเหรอคะ วันนี้สารวัตรคงอิ่มถึงเย็น”
พิชญามองถุงบนโต๊ะ
“พี่รู้ว่าเขาชอบอะไรค่ะ”
“ดีเลยค่ะ งั้นถามเขากันตรงนี้ สารวัตรอยากกินของใครคะ”
ทั้งห้องเงียบ
ภูเมืองหลับตาสั้น ๆ ก่อนหยิบถุงสองใบส่งให้ลูกน้อง
“แบ่งกันกิน ผมกินมาแล้ว”
คนรับมองหน้าเขาเหมือนถูกส่งออกไปเก็บกู้ระเบิด
“แล้วกาแฟ…”
“ด้วย”
เมย์เคยบอกตัวเองว่าจะช่วยนนท์ และเลิกหวังเรื่องภูเมือง
แต่เมื่อเห็นพิชญายังใช้ความใกล้ชิดเป็นเครื่องมือ เธอกลับคิดว่าเหตุใดต้องปล่อยให้อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนั้นเพียงคนเดียว
เธอรู้ว่าตัวเองกำลังกลับไปเสี่ยงเจ็บ จึงเลือกทำให้ชัดอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
เธอจะไม่บอกใครว่าภูเมืองเป็นคนของเธอ
“หนูซื้ออาหารมาเองนะคะ” เมย์บอกเจ้าหน้าที่หน้าห้อง “สารวัตรไม่ได้ฝาก แล้วก็ยังไม่ได้ตกลงอะไรกับหนูด้วย”
คำประกาศดังพอให้พิชญาได้ยิน
ก่อนเที่ยง ความป่วนก็ลามไปถึงโต๊ะทีมสืบสวน
เมย์ถามว่าจะฝากอาหารมื้อหน้าได้กี่โมง
พิชญาบอกตารางงานอีกแบบ
ลูกน้องคนหนึ่งต้องอธิบาย 3 ครั้งว่าภูเมืองไม่ได้ออกไปกินข้าวกับใคร แต่ไปสอบปากคำ
ดาบบุญส่งปิดสมุดแล้วถอนหายใจ
“คนส่งข้าวอยู่อีกตึก คนกินข้าวอยู่ห้องสอบสวน คนตอบคำถามอยู่ตรงนี้หมดเลย”
เมย์ยกมือไหว้
“หนูขอโทษค่ะดาบ”
“ถ้ารู้ว่าผมมีโรคประจำตัว ก็ช่วยให้ผมอยู่ถึงวันรับบำนาญด้วยครับ”
ที่โรงพยาบาล นนท์วางกล่องอาหารไว้ข้างนวลละออ
“วันนี้ผมเลือกเองครับ ไม่ได้ให้เมย์ซื้อ”
เธอเงยหน้าจากผลตรวจ
“ต้องรายงานด้วยหรือคะ”
“ต้องครับ กลัวคะแนนไปลงคนอื่น”
นวลละออหัวเราะ เขาจึงกล้าพูดต่อ
“พรุ่งนี้ถ้าเลิกไม่ดึก ไปกินข้าวข้างนอกกันไหมครับ”
“มีใครไปบ้าง”
“ผมอยากชวนหมอสองคน”
รอยยิ้มของเธอค่อย ๆ จาง แต่ไม่ได้หายไปเพราะรังเกียจ
นนท์รู้ว่าเธอเข้าใจแล้ว
“ฉัน…”
“ยังไม่ต้องตอบก็ได้ครับ” เขารีบพูด ก่อนหยุดตัวเอง “ไม่สิ ผมถามแล้วก็ควรให้หมอตอบ”
เธอวางปากกา
“ฉันสบายใจเวลาอยู่กับคุณจริง ๆ แต่ยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับสารวัตรให้ชัด ฉันไม่อยากให้คุณรอโดยเข้าใจผิด”
นนท์ก้มมองกล่องอาหาร
“ครับ แต่ถ้ายังไม่ได้เลือก ผมขอพยายามต่อได้ไหม”
“คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าดีกว่าใครนะคะ”
เขาพยักหน้า ความหวังยังอยู่ แม้จะไม่ได้กว้างเท่าที่คิด
เย็นนั้นภูเมืองนั่งอยู่ต่อหน้าผู้กำกับ
“จะลาสองวัน?”
“ครับ ถ้าท่านอนุญาต ผมจะจัดส่งงานก่อน”
ผู้กำกับอ่านรายการที่เขาเตรียมมา ทีมยังตามข้อมูลยืนยันตัวบุคคลและเอกสารต้นทาง
พยานมีเจ้าหน้าที่ดูแล ส่วนข้อสงสัยเรื่องสำเนาหลักฐานรายงานแยกไว้แล้ว
“เรื่องพิชญา ผมจะรับดูต่อกับดาบ อย่าเอาไปปนกับเรื่องหึงหวงของคุณ”
ภูเมืองเงยหน้า
ผู้กำกับมองกลับอย่างไม่ประหลาดใจ
“ทั้งออฟฟิศเขารู้กันหมดแล้ว เหลือคุณที่ยังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไร”
เขาก้มลงนิดหนึ่ง
“ผมขอไปพัก แล้วคุยเรื่องส่วนตัวให้จบครับ”
“ให้ชัด ไม่ใช่ให้จบตามใจคุณ อีกฝ่ายเขาต้องอยากคุยด้วย”
“ครับ”
ผู้กำกับวางเอกสาร
“ส่งมอบงานให้เรียบร้อย ผมอนุญาตตามวันที่ขอ ถ้ามีเหตุสำคัญ ทีมต้องติดต่อคุณได้”
ภูเมืองมาหานวลละออหลังเธอตรวจเอกสารเสร็จ
คราวนี้เขาขอนัดก่อน และเธอตอบตกลง
ทั้งคู่นั่งที่ม้านั่งข้างสวนโรงพยาบาล ไม่มีกล่องอาหารหรือแฟ้มวางคั่น
“วันนี้เมย์ไปหาคุณหรือคะ” เธอถาม
เขาถอนหายใจจนเธอเกือบยิ้ม
“ไปครับ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้เปิดโอกาสให้แข่งกัน แต่คงต้องพูดให้ชัดกว่านี้อีก”
“เหนื่อยไหมคะ”
“มากครับ ทั้งงาน ทั้งเรื่องที่ผมทำเสียเอง”
ลมพัดใบไม้ตกลงข้างรองเท้า เขาก้มเก็บมันออกจากทางก่อนพูด
“ผมขอลาพักผ่อนสองวันแล้ว อยากชวนหมอไปพักใกล้ ๆ ไม่ต้องไกลจนกลับมาไม่ได้”
นวลละออมองเขา
“คุณคิดว่าพาไปเที่ยวแล้วฉันจะหายโกรธหรือคะ”
“ไม่ครับ ผมอยากมีเวลาฟังโดยไม่รีบไปไหน และอยากให้หมอได้ถามทุกอย่าง”
เธอนิ่งอยู่นาน
“ฉันยังไม่ได้ลา”
“ถ้าจัดเวรไม่ได้ ผมก็รอ ผมยังไม่ได้จองอะไร”
“แล้วคดีล่ะคะ”
เขาอธิบายการส่งต่องานและการดูแลพยานให้ฟังโดยไม่เปิดรายละเอียดเกินจำเป็น เธอถามจนมั่นใจว่าไม่มีงานเร่งถูกทิ้งไว้
“ขอฉันคุยกับธีรินและขออนุญาตก่อนค่ะ”
ภูเมืองพยักหน้า ไม่เร่งคำตอบ
เกือบ 3 ทุ่ม ข้อความของนวลละออเข้ามา
จัดเวรและขออนุญาตได้แล้วค่ะ ฉันไปด้วย แต่ขอแยกห้อง และถ้าฉันอยากกลับ เรากลับนะคะ
ภูเมืองอ่านสองรอบ ก่อนตอบ
ตกลงทุกข้อครับ
ที่โรงพยาบาล นนท์เห็นเธอเก็บกระเป๋าด้วยสีหน้าต่างจากเมื่อเช้า
“พรุ่งนี้คงไปกินข้าวไม่ได้แล้วใช่ไหมครับ”
นวลละออชะงัก ก่อนพยักหน้าอย่างรู้สึกผิด
“ฉันจะไปคุยกับเขาค่ะ”
นนท์เงียบไป แล้วหยิบกุญแจรถส่งให้
“ขอให้ได้คุยกันจริง ๆ นะครับ”
เธอรับกุญแจ
เขาเดินไปส่งเธอที่ประตูเหมือนทุกวัน แต่คราวนี้ไม่ได้ถามว่าจะให้รอไหม
